วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569

เเบบประเมิน BLOG

สรุปรายงานการประเมินBLOG

นางสาวยุวดี  สมคณะ รหัสนักศึกษา 67121860207



1. ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมิน 

  • จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด: 6 คน

  • คำนำหน้าชื่อ:

    • นางสาว: 83.3% (5 คน)

    • นาย: 16.7% (1 คน)




2. ผลการประเมินด้านเนื้อหาและโครงสร้างบล็อก 

  • ความสมบูรณ์และความถูกต้องของเนื้อหาใน (BLOG)

    • ระดับ 5 (มากที่สุด): 100% (6 คน)

  • การจัดหมวดหมู่เนื้อหาและตัวอย่างผลงานที่เข้าใจง่าย

    • ระดับ 5 (มากที่สุด): 100% (6 คน)

  • ความถูกต้องของการใช้ภาษาและความชัดเจนในการอธิบาย

    • ระดับ 5 (มากที่สุด): 83.3% (5 คน)

    • ระดับ 4 (มาก): 16.7% (1 คน)

  • มีการสะท้อนคิดในบทเรียน

    • ระดับ 5 (มากที่สุด): 100% (6 คน)

  • การจัดเก็บชิ้นงาน ทะเบียนควบคุม และโครงสร้างบล็อกมีความเป็นระบบ ตรวจสอบได้ง่าย

    • ระดับ 5 (มากที่สุด): 83.3% (5 คน)

    • ระดับ 4 (มาก): 16.7% (1 คน)









3. ผลการประเมินด้านการออกแบบและความสวยงาม 

  • ความสวยงาม การจัดวางองค์ประกอบ และความน่าสนใจ

    • ระดับ 5 (มากที่สุด): 66.7% (4 คน)

    • ระดับ 4 (มาก): 33.3% (2 คน)

  • ความพร้อมในการนำเสนอผลงาน

    • ระดับ 5 (มากที่สุด): 100% (6 คน)

  • การบริหารจัดการเวลาในการนำเสนออย่างเหมาะสม

    • ระดับ 5 (มากที่สุด): 83.3% (5 คน)

    • ระดับ 4 (มาก): 16.7% (1 คน)





4. ผลการประเมินด้านประโยชน์และการนำไปใช้ 

  • คุณค่าและการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ

    • ระดับ 5 (มากที่สุด): 100% (6 คน)



5. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง 

  • ผู้ตอบส่วนใหญ่ไม่มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

  • ข้อเสนอแนะเชิงบวก: "บล็อกอ่านศึกษาเข้าใจง่าย"



สรุปภาพรวมสำหรับนำไปเขียนในรายงาน/อภิปรายผล


  1. จุดแข็ง: ผู้ตอบแบบประเมินทุกคน ให้คะแนนระดับมากที่สุด (ระดับ 5)   

    ในด้านความสมบูรณ์ของเนื้อหา, การจัดหมวดหมู่, การสะท้อนคิด, การนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ และความพร้อมในการนำเสนอ

  2. ประเด็นที่ได้คะแนนรองลงมา: ความสวยงามและการจัดวางองค์ประกอบ ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเรื่องการออกแบบกราฟิกหรือธีมสีในครั้งถัดไปได้
















วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569

สะท้อนคิดสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการใช้คู่มือเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน

  สะท้อนคิดสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการใช้คู่มือชุดของเล่น
เสริมพัฒนาการ

1. ชุดของเล่นเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย 


1. ด้านความรู้และการเรียนรู้

          ดิฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดทำ ชุดของเล่นเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและสุขภาวะทางกาย และเห็นว่าการเล่นสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กได้หลายด้าน เช่น กิจกรรม กระดานจับคู่สีและรูปทรง เด็กได้ฝึกหยิบ จับ เคลื่อนย้ายชิ้นส่วน และวางให้ตรงกับตำแหน่งที่กำหนด ซึ่งช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา ส่วนกิจกรรม นักสำรวจตัวน้อย จราจรปลอดภัย เด็กได้เดินตามเส้นทาง ฝึกการทรงตัว การควบคุมการเคลื่อนไหว และเรียนรู้การปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร ทำให้ดิฉันเข้าใจว่าการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยควรให้เด็กได้ลงมือทำจริงและเรียนรู้ผ่านการเล่น

2. ด้านการนำไปปรับใช้จริง

           ดิฉันสามารถนำความรู้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมและประเมินเด็กปฐมวัยในอนาคต โดยจะเน้นให้เด็กได้เล่นและลงมือทำจริง เช่น หากจัดกิจกรรม จับคู่สีและรูปทรง ดิฉันจะสังเกตว่าเด็กสามารถหยิบจับและวางชิ้นส่วนได้ด้วยตนเองหรือไม่ และบันทึกพฤติกรรมหรือเก็บภาพกิจกรรมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนกิจกรรม จราจรปลอดภัย ก็สามารถสังเกตว่าเด็กสามารถเดินตามเส้นทาง หยุด รอ และปฏิบัติตามสัญญาณได้หรือไม่ จากนั้นนำข้อมูล ภาพถ่าย และผลงานต่าง ๆ มาจัดเก็บในแฟ้มผลงาน เพื่อใช้ติดตามพัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคล ทำให้การประเมินมีข้อมูลจากการปฏิบัติจริงและเห็นพัฒนาการของเด็กได้ชัดเจนมาก 

3. แนวคิดการใช้สารนิทัศน์และแฟ้มผลงานในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

            ดิฉันได้เรียนรู้ว่าการประเมินพัฒนาการเด็กไม่ควรดูแค่ผลลัพธ์ที่เด็กทำได้หรือทำไม่ได้ แต่ควรดู พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กจากการทำกิจกรรมจริง ด้วย เช่น จากกิจกรรมในบทเรียน ครูสามารถสังเกตได้ว่าเด็กสามารถหยิบจับชิ้นส่วนได้คล่องแค่ไหน สามารถจับคู่สีและรูปทรงได้หรือไม่ หรือสามารถเดินตามเส้นทางและปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรได้อย่างไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาเป็นหลักฐานในการติดตามพัฒนาการของเด็กได้ นอกจากนี้การเก็บภาพถ่าย ผลงาน หรือบันทึกพฤติกรรมของเด็กไว้ใน แฟ้มผลงาน (Portfolio) จะช่วยให้เห็นพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง และสามารถนำข้อมูลมาเปรียบเทียบเพื่อดูความก้าวหน้าของเด็กแต่ละคนได้ โดยในไฟล์มีการใช้แบบประเมินพัฒนาการและการสังเกตพฤติกรรมของเด็กจากการทำกิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามพัฒนาการ




2. ชุดของเล่นเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ 

1. ด้านความรู้และการเรียนรู้

         ดิฉันเข้าใจมากขึ้นว่า การเล่นไม่ได้ช่วยแค่เรื่องทักษะหรือความสามารถของเด็ก แต่ยังช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ความรู้สึกของตัวเองและการอยู่ร่วมกับคนอื่น ด้วย ระหว่างที่เด็กเล่น เด็กอาจรู้สึกดีใจ เสียใจ ตื่นเต้น หรือไม่พอใจ ซึ่งเป็นโอกาสที่ครูจะช่วยให้เด็กเรียนรู้และเข้าใจอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น ดิฉันจึงมองว่าของเล่นที่นำมาใช้กับเด็กควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระ ได้คิด ได้เลือก และได้แสดงออกในแบบของตัวเอง โดยครูควรคอยดูแลและสร้างบรรยากาศที่ทำให้เด็กรู้สึกสบายใจ ไม่กดดัน และกล้าที่จะเป็นตัวเอง

2. ด้านการนำไปปรับใช้จริง

       ถ้าในอนาคตดิฉันได้จัดกิจกรรมให้เด็ก ดิฉันจะเลือกกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้ เลือก ลงมือทำ และแสดงออกด้วยตัวเอง เช่น ให้เด็กเลือกของเล่นที่สนใจ เล่นตามจินตนาการ หรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน เพราะระหว่างทำกิจกรรมครูสามารถเห็นพฤติกรรมและความรู้สึกของเด็กได้มากขึ้น เช่น เด็กบางคนอาจกล้าเล่นและพูดคุยกับเพื่อน ในขณะที่บางคนอาจยังไม่กล้าแสดงออกหรือไม่สามารถรอคอยได้ ดิฉันสามารถนำสิ่งที่สังเกตได้มาปรับกิจกรรมและวิธีดูแลเด็กให้เหมาะกับแต่ละคนมากขึ้น

3. แนวคิดการใช้สารนิทัศน์และแฟ้มผลงานในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

        ดิฉันเข้าใจมากขึ้นว่า การประเมินเด็กสามารถทำได้จาก สิ่งที่เด็กแสดงออกจริงในระหว่างการเล่นและทำกิจกรรม ไม่จำเป็นต้องประเมินจากการทำแบบทดสอบเพียงอย่างเดียว เช่น ครูอาจบันทึกคำพูดของเด็ก ถ่ายภาพขณะที่เด็กกำลังเล่น หรือจดพฤติกรรมที่น่าสนใจเอาไว้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ครูเข้าใจเด็กได้มากขึ้น จากนั้นจึงนำข้อมูลที่เก็บไว้มาใส่ใน แฟ้มผลงาน เพื่อดูพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีข้อมูลหลายช่วงเวลา ครูก็สามารถเห็นได้ว่าเด็กมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาขึ้นอย่างไร และนำข้อมูลนั้นไปใช้วางแผนส่งเสริมเด็กต่อไปได้อย่างเหมาะสม




       


3. ชุดของเล่นเสริมพัฒนาการด้านสังคม 


1. ด้านความรู้และการเรียนรู้

         จากกิจกรรม “ตลาดนัดไทยหรรษา” ดิฉันได้เรียนรู้ว่า เด็กสามารถเรียนรู้ได้ดีจากการลงมือทำจริงและการเล่นบทบาทสมมติ เช่น เด็กได้ลองเป็นพ่อค้า แม่ค้า ลูกค้า และผู้ช่วยร้าน ได้ฝึกพูดคุยกับเพื่อน สอบถามสินค้า เลือกซื้อของ และทำตามสถานการณ์ที่กำหนด ทำให้เด็กได้ฝึกทั้งการสื่อสาร การเข้าสังคม และการแก้ปัญหาระหว่างเล่น นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ว่าเด็กแต่ละคนมีความกล้าแสดงออกและความสนใจไม่เหมือนกัน บางคนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ดี แต่บางคนยังต้องมีครูคอยกระตุ้นและดูแลอย่างใกล้ชิด

2. ด้านการนำไปปรับใช้จริง

          สามารถนำกิจกรรมนี้ไปปรับใช้กับการจัดประสบการณ์ให้เด็กได้หลายเรื่อง เช่น จัดมุม ร้านผักและผลไม้ ร้านขนมไทย หรือร้านขายของใช้ แล้วให้เด็กเลือกบทบาทและหมุนเวียนกันเล่น เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ระหว่างกิจกรรมดิฉันจะคอยสังเกตว่าเด็กพูดคุยกับเพื่อนได้หรือไม่ รู้จักรอคิว แบ่งปัน และทำตามข้อตกลงหรือไม่ หากเด็กแย่งของหรือไม่ยอมรอคิว ก็จะใช้วิธีพูดคุยและอธิบายด้วยคำพูดที่เข้าใจง่าย พร้อมให้เด็กค่อย ๆ ฝึกการรอ การแบ่งปัน และการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน

3. แนวคิดการใช้สารนิทัศน์และแฟ้มผลงานในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

           ดิฉันเห็นว่าสามารถใช้ สารนิทัศน์ ในการเก็บข้อมูลพัฒนาการของเด็กได้จากสิ่งที่เด็กทำจริง เช่น ถ่ายภาพขณะที่เด็กกำลังเป็นแม่ค้า พูดคุยกับเพื่อน ซื้อ–ขายสินค้า หรือรอคิว รวมถึงจดคำพูดหรือพฤติกรรมที่น่าสนใจของเด็ก แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาดูว่าเด็กมีพัฒนาการด้านการสื่อสาร การเข้าสังคม และการช่วยเหลือตนเองอย่างไร จากนั้นสามารถนำภาพ บันทึกพฤติกรรม และผลงานต่าง ๆ มาจัดเก็บไว้ใน แฟ้มผลงาน เพื่อดูพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ดูแค่ว่าเด็กทำได้หรือไม่ได้ แต่ดูว่าเด็กมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นจากเดิมอย่างไร ซึ่งข้อมูลที่ได้ยังสามารถนำไปปรับกิจกรรมครั้งต่อไปให้เหมาะกับเด็กมากขึ้นได้ด้วย





4. ชุดของเล่นเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา


1. ด้านความรู้และการเรียนรู้

            ดิฉันได้เรียนรู้ว่า เด็กสามารถเรียนรู้จากการลงมือทำจริงได้ เช่น เด็กต้องสังเกตรูปร่าง ลักษณะ และส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ทะเล แล้วนำไปเปรียบเทียบกับภาพเงาเพื่อจับคู่ให้ถูกต้อง กิจกรรมนี้ไม่ได้ฝึกแค่การจำ แต่ยังช่วยให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ ลองผิดลองถูก และตรวจสอบคำตอบด้วยตัวเอง นอกจากนี้กิจกรรม การเล่าเรื่องต่อกันจากภาพ ยังช่วยให้เด็กได้ฝึกใช้ภาษา ฟังเรื่องของเพื่อน และนำเรื่องของเพื่อนมาต่อยอดเป็นเรื่องของตนเอง ทำให้ดิฉันเห็นว่าการเล่นสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาและภาษาไปพร้อมกันได้

2. ด้านการนำไปปรับใช้จริง

            ดิฉันสามารถนำแนวคิดจากกิจกรรมนี้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมให้เด็กได้หลายรูปแบบ เช่น ทำ เกมจับคู่ภาพสัตว์กับภาพเงา หรือเปลี่ยนเป็นภาพสิ่งของ ผลไม้ หรือยานพาหนะที่เด็กคุ้นเคย เพื่อให้เด็กได้สังเกตและเปรียบเทียบด้วยตัวเอง ระหว่างทำกิจกรรมดิฉันจะไม่รีบบอกคำตอบ แต่จะใช้คำถามง่าย ๆ เช่น “หนูคิดว่าภาพนี้คู่กับภาพไหน เพราะอะไร” เพื่อให้เด็กได้คิดและลองใหม่ด้วยตนเอง และในการเล่าเรื่องจากภาพ จะเปิดโอกาสให้เด็กเลือกภาพที่สนใจแล้วเล่าเรื่องตามความคิดของตนเอง พร้อมฟังและต่อเรื่องจากเพื่อน ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทครูในไฟล์ที่เน้นการใช้คำถามปลายเปิดและเปิดโอกาสให้เด็กคิดด้วยตนเอง

3. แนวคิดการใช้สารนิทัศน์และแฟ้มผลงานในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

             ดิฉันคิดว่าสามารถนำ สารนิทัศน์ มาใช้บันทึกพัฒนาการของเด็กได้จากสิ่งที่เด็กทำจริง เช่น ภาพถ่ายขณะที่เด็กกำลังจับคู่ภาพสัตว์ทะเลกับภาพเงา การจดบันทึกว่าเด็กสามารถสังเกตและแก้ไขคำตอบด้วยตนเองได้หรือไม่ รวมถึงบันทึกคำพูดขณะที่เด็กเล่าเรื่องจากภาพ นอกจากนี้ยังสามารถนำภาพถ่าย บันทึกพฤติกรรม และผลงานของเด็กมาเก็บไว้ใน แฟ้มผลงาน เพื่อดูพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง เช่น เดิมเด็กอาจยังไม่กล้าเล่าเรื่อง แต่เมื่อทำกิจกรรมหลายครั้ง เด็กสามารถเล่าเรื่องและแสดงความคิดเห็นได้มากขึ้น ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ปรับสื่อและวิธีการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไปให้เหมาะกับเด็กมากขึ้นได้












รายงานการใช้คู่มือชุดของเล่นพัฒนาการด้านสติปัญญา

สะท้อนคิดจากการพัฒนาและนำชุดของเล่นไปจัดกิจกรรม

( การเล่น ชุด ‘‘จับคู่ภาพเงาและเล่าเรื่องจากภาพ’’ )


1. ความรู้ที่ได้รับ

          จากการศึกษาและออกแบบ "เกมจับคู่ภาพเงาและเล่าเรื่องจากภาพ" ทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับหลักการและทฤษฎีพัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยเฉพาะทฤษฎีสติปัญญาของ Piaget ที่เน้นให้เด็กสร้างความรู้จากการลงมือปฏิบัติ และทฤษฎีสังคมและวัฒนธรรมของ Vygotsky ที่เน้นการมีส่วนร่วมและการใช้คำถามปลายเปิดเพื่อกระตุ้นความคิด นอกจากนี้ยังเข้าใจกระบวนการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา ภาษา การสื่อสาร และการใช้เหตุผลตามสภาพจริงของเด็กอย่างเป็นระบบ

2. ทักษะที่ได้รับ

          ได้รับการพัฒนาทักษะในการออกแบบสื่อและเครื่องมือประเมินพัฒนาการปฐมวัยให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย (อนุบาล 3) ทักษะการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมอย่างมีหลักเกณฑ์ รวมทั้งทักษะการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การอธิบายกติกา การใช้คำถามปลายเปิดกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ และการอำนวยความสะดวกให้เด็กได้เชื่อมโยงเรื่องราวและเล่าเรื่องต่อกันร่วมกับเพื่อน

3. สิ่งที่ประทับใจ

          สิ่งที่ประทับใจคือการได้นำสื่อไปทดลองใช้จริงกับเด็กปฐมวัย ณ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และพบว่าเด็กๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีความสนุกสนาน กล้าแสดงออก สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยตนเองเมื่อจับคู่ภาพผิด อีกทั้งยังมีความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอดเล่าเรื่องราวจากภาพเงาสัตว์ทะเลร่วมกับเพื่อนได้อย่างน่าทึ่ง

4. การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

          สามารถนำประสบการณ์และทักษะการจัดทำสื่อเสริมพัฒนาการครั้งนี้ ไปประยุกต์ใช้ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในอนาคต โดยใช้เป็นแนวทางในการสร้างสื่อที่เน้นการลงมือทำ การใช้คำถามกระตุ้นความคิด และการใช้นวัตกรรมเกมการศึกษาในการประเมินพัฒนาการเด็กรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. สิ่งที่ควรพัฒนาตนเอง

          ควรพัฒนาทักษะการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมเด็กให้มีความละเอียด รวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้นในขณะดำเนินกิจกรรม พัฒนาเทคนิคการตั้งคำถามปลายเปิดให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่นตามสถานการณ์ รวมถึงการบริหารจัดการเวลาและสถานที่ให้เหมาะสมกับจำนวนเด็กเพื่อความทั่วถึง

6. ข้อคิดที่ได้รับ

          การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่คำตอบที่ถูกต้องจากการจับคู่ภาพ แต่สิ่งสำคัญคือ "กระบวนการเรียนรู้" ที่เด็กได้ฝึกคิดวิเคราะห์ ลองผิดลองถูก และการเปิดโอกาสให้เด็กได้ปลดปล่อยจินตนาการผ่านภาษา ซึ่งครูมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นผู้สนับสนุนและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อพัฒนาการของเด็ก

สะท้อนคิดจากการทำงานกลุ่ม

1. ความรู้ที่ได้รับ

          จากการทำงานร่วมกันในทีม  ได้เรียนรู้กระบวนการวางแผนงานอย่างเป็นระบบ การบริหารจัดการงานกลุ่ม การแบ่งหน้าที่ตามความถนัดของสมาชิกแต่ละคน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการเลือกหัวข้อหน่วยการเรียนรู้ (หน่วยทะเลและสัตว์น้ำ) ตลอดจนการร่วมกันผลิตสื่อและเกณฑ์แบบประเมินพัฒนาการ

2. ทักษะที่ได้รับ

          ได้ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม การสื่อสารและการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าระหว่างลงพื้นที่จัดกิจกรรม ตลอดจนการสร้างความร่วมมือและความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ของตนเอง

3. ปัญหาและอุปสรรค

          การนัดเวลาว่างเพื่อประชุมวางแผนงานและลงพื้นที่ทำกิจกรรมตรงกันได้ยาก นอกจากนี้ การรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลเอกสารคู่มือจากสมาชิกหลายคนต้องใช้เวลาในการปรับรูปแบบให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

4. แนวทางการแก้ไขปัญหา

          วางแผนและกำหนดปฏิทินการทำงานร่วมกันล่วงหน้าอย่างชัดเจน มีการแบ่งงานตามบทบาทความถนัด เช่น ฝ่ายจัดทำสื่อ ฝ่ายออกแบบเอกสาร และฝ่ายดำเนินกิจกรรม มีการอัปเดตความคืบหน้าผ่านช่องทางออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ และสมาชิกทุกคนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้จริง

5. การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

          นำประสบการณ์การทำงานกลุ่มครั้งนี้ไปใช้กับการเรียน การทำรายงาน และการจัดโครงการในอนาคต โดยเฉพาะทักษะการวางแผน การบริหารเวลา การแบ่งงานตามศักยภาพ และการสื่อสารเชิงบวกเมื่อต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นในสถานศึกษา

6. สิ่งที่ได้เรียนรู้และข้อคิด

          การทำงานกลุ่มให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือ ความรับผิดชอบ และความเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรค การร่วมมือกันแก้ปัญหาด้วยเหตุผลจะทำให้งานบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมิตรภาพที่ดีในกลุ่ม




รายงานการใช้คู่มือชุดของเล่นพัฒนาการด้านสติปัญญา

ศึกษาดูได้ที่นี่ 

https://drive.google.com/file/d/1zwyi6z8oL5zehVxSeskjP_tsenL9Rabl/view?usp=sharing 

คลิปวิดีโอการจัดกิจกรรม 

ศึกษาดูได้ที่นี่ 



วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569

การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมิน

  บทบาทของครูและผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการ
เด็กปฐมวัย
และการรายงานผลการประเมินพัฒนาการ
เด็กปฐมวัย


ออกแบบการสื่อสารถึงผู้ปกครอง








สมุดรายงานประจำตัวของนักเรียน

พัฒนาการดีมาก



พัฒนาการปานกลาง



พัฒนาการต้องพัฒนา




สรุปบทบาทของตนเอง (ในฐานะครู) และบทบาทของผู้ปกครอง  

 ในการทำงานร่วมกันเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

















คลิปการนำเสนอ Blog

ลิ้งค์คลิปการนำเสนอ Blog :  https://youtu.be/0RENUfkjhhg?si=6UmCpzsnSPF8_nnv