1. ชุดของเล่นเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย
1. ด้านความรู้และการเรียนรู้
ดิฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดทำ ชุดของเล่นเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและสุขภาวะทางกาย และเห็นว่าการเล่นสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กได้หลายด้าน เช่น กิจกรรม กระดานจับคู่สีและรูปทรง เด็กได้ฝึกหยิบ จับ เคลื่อนย้ายชิ้นส่วน และวางให้ตรงกับตำแหน่งที่กำหนด ซึ่งช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา ส่วนกิจกรรม นักสำรวจตัวน้อย จราจรปลอดภัย เด็กได้เดินตามเส้นทาง ฝึกการทรงตัว การควบคุมการเคลื่อนไหว และเรียนรู้การปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร ทำให้ดิฉันเข้าใจว่าการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยควรให้เด็กได้ลงมือทำจริงและเรียนรู้ผ่านการเล่น
2. ด้านการนำไปปรับใช้จริง
ดิฉันสามารถนำความรู้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมและประเมินเด็กปฐมวัยในอนาคต โดยจะเน้นให้เด็กได้เล่นและลงมือทำจริง เช่น หากจัดกิจกรรม จับคู่สีและรูปทรง ดิฉันจะสังเกตว่าเด็กสามารถหยิบจับและวางชิ้นส่วนได้ด้วยตนเองหรือไม่ และบันทึกพฤติกรรมหรือเก็บภาพกิจกรรมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนกิจกรรม จราจรปลอดภัย ก็สามารถสังเกตว่าเด็กสามารถเดินตามเส้นทาง หยุด รอ และปฏิบัติตามสัญญาณได้หรือไม่ จากนั้นนำข้อมูล ภาพถ่าย และผลงานต่าง ๆ มาจัดเก็บในแฟ้มผลงาน เพื่อใช้ติดตามพัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคล ทำให้การประเมินมีข้อมูลจากการปฏิบัติจริงและเห็นพัฒนาการของเด็กได้ชัดเจนมาก
3. แนวคิดการใช้สารนิทัศน์และแฟ้มผลงานในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ดิฉันได้เรียนรู้ว่าการประเมินพัฒนาการเด็กไม่ควรดูแค่ผลลัพธ์ที่เด็กทำได้หรือทำไม่ได้ แต่ควรดู พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กจากการทำกิจกรรมจริง ด้วย เช่น จากกิจกรรมในบทเรียน ครูสามารถสังเกตได้ว่าเด็กสามารถหยิบจับชิ้นส่วนได้คล่องแค่ไหน สามารถจับคู่สีและรูปทรงได้หรือไม่ หรือสามารถเดินตามเส้นทางและปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรได้อย่างไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาเป็นหลักฐานในการติดตามพัฒนาการของเด็กได้ นอกจากนี้การเก็บภาพถ่าย ผลงาน หรือบันทึกพฤติกรรมของเด็กไว้ใน แฟ้มผลงาน (Portfolio) จะช่วยให้เห็นพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง และสามารถนำข้อมูลมาเปรียบเทียบเพื่อดูความก้าวหน้าของเด็กแต่ละคนได้ โดยในไฟล์มีการใช้แบบประเมินพัฒนาการและการสังเกตพฤติกรรมของเด็กจากการทำกิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามพัฒนาการ
1. ด้านความรู้และการเรียนรู้
ดิฉันเข้าใจมากขึ้นว่า การเล่นไม่ได้ช่วยแค่เรื่องทักษะหรือความสามารถของเด็ก แต่ยังช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ความรู้สึกของตัวเองและการอยู่ร่วมกับคนอื่น ด้วย ระหว่างที่เด็กเล่น เด็กอาจรู้สึกดีใจ เสียใจ ตื่นเต้น หรือไม่พอใจ ซึ่งเป็นโอกาสที่ครูจะช่วยให้เด็กเรียนรู้และเข้าใจอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น ดิฉันจึงมองว่าของเล่นที่นำมาใช้กับเด็กควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระ ได้คิด ได้เลือก และได้แสดงออกในแบบของตัวเอง โดยครูควรคอยดูแลและสร้างบรรยากาศที่ทำให้เด็กรู้สึกสบายใจ ไม่กดดัน และกล้าที่จะเป็นตัวเอง
2. ด้านการนำไปปรับใช้จริง
ถ้าในอนาคตดิฉันได้จัดกิจกรรมให้เด็ก ดิฉันจะเลือกกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้ เลือก ลงมือทำ และแสดงออกด้วยตัวเอง เช่น ให้เด็กเลือกของเล่นที่สนใจ เล่นตามจินตนาการ หรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน เพราะระหว่างทำกิจกรรมครูสามารถเห็นพฤติกรรมและความรู้สึกของเด็กได้มากขึ้น เช่น เด็กบางคนอาจกล้าเล่นและพูดคุยกับเพื่อน ในขณะที่บางคนอาจยังไม่กล้าแสดงออกหรือไม่สามารถรอคอยได้ ดิฉันสามารถนำสิ่งที่สังเกตได้มาปรับกิจกรรมและวิธีดูแลเด็กให้เหมาะกับแต่ละคนมากขึ้น
3. แนวคิดการใช้สารนิทัศน์และแฟ้มผลงานในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ดิฉันเข้าใจมากขึ้นว่า การประเมินเด็กสามารถทำได้จาก สิ่งที่เด็กแสดงออกจริงในระหว่างการเล่นและทำกิจกรรม ไม่จำเป็นต้องประเมินจากการทำแบบทดสอบเพียงอย่างเดียว เช่น ครูอาจบันทึกคำพูดของเด็ก ถ่ายภาพขณะที่เด็กกำลังเล่น หรือจดพฤติกรรมที่น่าสนใจเอาไว้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ครูเข้าใจเด็กได้มากขึ้น จากนั้นจึงนำข้อมูลที่เก็บไว้มาใส่ใน แฟ้มผลงาน เพื่อดูพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีข้อมูลหลายช่วงเวลา ครูก็สามารถเห็นได้ว่าเด็กมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาขึ้นอย่างไร และนำข้อมูลนั้นไปใช้วางแผนส่งเสริมเด็กต่อไปได้อย่างเหมาะสม

3. ชุดของเล่นเสริมพัฒนาการด้านสังคม
1. ด้านความรู้และการเรียนรู้
จากกิจกรรม “ตลาดนัดไทยหรรษา” ดิฉันได้เรียนรู้ว่า เด็กสามารถเรียนรู้ได้ดีจากการลงมือทำจริงและการเล่นบทบาทสมมติ เช่น เด็กได้ลองเป็นพ่อค้า แม่ค้า ลูกค้า และผู้ช่วยร้าน ได้ฝึกพูดคุยกับเพื่อน สอบถามสินค้า เลือกซื้อของ และทำตามสถานการณ์ที่กำหนด ทำให้เด็กได้ฝึกทั้งการสื่อสาร การเข้าสังคม และการแก้ปัญหาระหว่างเล่น นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ว่าเด็กแต่ละคนมีความกล้าแสดงออกและความสนใจไม่เหมือนกัน บางคนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ดี แต่บางคนยังต้องมีครูคอยกระตุ้นและดูแลอย่างใกล้ชิด
2. ด้านการนำไปปรับใช้จริง
สามารถนำกิจกรรมนี้ไปปรับใช้กับการจัดประสบการณ์ให้เด็กได้หลายเรื่อง เช่น จัดมุม ร้านผักและผลไม้ ร้านขนมไทย หรือร้านขายของใช้ แล้วให้เด็กเลือกบทบาทและหมุนเวียนกันเล่น เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ระหว่างกิจกรรมดิฉันจะคอยสังเกตว่าเด็กพูดคุยกับเพื่อนได้หรือไม่ รู้จักรอคิว แบ่งปัน และทำตามข้อตกลงหรือไม่ หากเด็กแย่งของหรือไม่ยอมรอคิว ก็จะใช้วิธีพูดคุยและอธิบายด้วยคำพูดที่เข้าใจง่าย พร้อมให้เด็กค่อย ๆ ฝึกการรอ การแบ่งปัน และการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน
3. แนวคิดการใช้สารนิทัศน์และแฟ้มผลงานในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ดิฉันเห็นว่าสามารถใช้ สารนิทัศน์ ในการเก็บข้อมูลพัฒนาการของเด็กได้จากสิ่งที่เด็กทำจริง เช่น ถ่ายภาพขณะที่เด็กกำลังเป็นแม่ค้า พูดคุยกับเพื่อน ซื้อ–ขายสินค้า หรือรอคิว รวมถึงจดคำพูดหรือพฤติกรรมที่น่าสนใจของเด็ก แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาดูว่าเด็กมีพัฒนาการด้านการสื่อสาร การเข้าสังคม และการช่วยเหลือตนเองอย่างไร จากนั้นสามารถนำภาพ บันทึกพฤติกรรม และผลงานต่าง ๆ มาจัดเก็บไว้ใน แฟ้มผลงาน เพื่อดูพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ดูแค่ว่าเด็กทำได้หรือไม่ได้ แต่ดูว่าเด็กมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นจากเดิมอย่างไร ซึ่งข้อมูลที่ได้ยังสามารถนำไปปรับกิจกรรมครั้งต่อไปให้เหมาะกับเด็กมากขึ้นได้ด้วย
4. ชุดของเล่นเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา
1. ด้านความรู้และการเรียนรู้
ดิฉันได้เรียนรู้ว่า เด็กสามารถเรียนรู้จากการลงมือทำจริงได้ เช่น เด็กต้องสังเกตรูปร่าง ลักษณะ และส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ทะเล แล้วนำไปเปรียบเทียบกับภาพเงาเพื่อจับคู่ให้ถูกต้อง กิจกรรมนี้ไม่ได้ฝึกแค่การจำ แต่ยังช่วยให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ ลองผิดลองถูก และตรวจสอบคำตอบด้วยตัวเอง นอกจากนี้กิจกรรม การเล่าเรื่องต่อกันจากภาพ ยังช่วยให้เด็กได้ฝึกใช้ภาษา ฟังเรื่องของเพื่อน และนำเรื่องของเพื่อนมาต่อยอดเป็นเรื่องของตนเอง ทำให้ดิฉันเห็นว่าการเล่นสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาและภาษาไปพร้อมกันได้
2. ด้านการนำไปปรับใช้จริง
ดิฉันสามารถนำแนวคิดจากกิจกรรมนี้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมให้เด็กได้หลายรูปแบบ เช่น ทำ เกมจับคู่ภาพสัตว์กับภาพเงา หรือเปลี่ยนเป็นภาพสิ่งของ ผลไม้ หรือยานพาหนะที่เด็กคุ้นเคย เพื่อให้เด็กได้สังเกตและเปรียบเทียบด้วยตัวเอง ระหว่างทำกิจกรรมดิฉันจะไม่รีบบอกคำตอบ แต่จะใช้คำถามง่าย ๆ เช่น “หนูคิดว่าภาพนี้คู่กับภาพไหน เพราะอะไร” เพื่อให้เด็กได้คิดและลองใหม่ด้วยตนเอง และในการเล่าเรื่องจากภาพ จะเปิดโอกาสให้เด็กเลือกภาพที่สนใจแล้วเล่าเรื่องตามความคิดของตนเอง พร้อมฟังและต่อเรื่องจากเพื่อน ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทครูในไฟล์ที่เน้นการใช้คำถามปลายเปิดและเปิดโอกาสให้เด็กคิดด้วยตนเอง
3. แนวคิดการใช้สารนิทัศน์และแฟ้มผลงานในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ดิฉันคิดว่าสามารถนำ สารนิทัศน์ มาใช้บันทึกพัฒนาการของเด็กได้จากสิ่งที่เด็กทำจริง เช่น ภาพถ่ายขณะที่เด็กกำลังจับคู่ภาพสัตว์ทะเลกับภาพเงา การจดบันทึกว่าเด็กสามารถสังเกตและแก้ไขคำตอบด้วยตนเองได้หรือไม่ รวมถึงบันทึกคำพูดขณะที่เด็กเล่าเรื่องจากภาพ นอกจากนี้ยังสามารถนำภาพถ่าย บันทึกพฤติกรรม และผลงานของเด็กมาเก็บไว้ใน แฟ้มผลงาน เพื่อดูพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง เช่น เดิมเด็กอาจยังไม่กล้าเล่าเรื่อง แต่เมื่อทำกิจกรรมหลายครั้ง เด็กสามารถเล่าเรื่องและแสดงความคิดเห็นได้มากขึ้น ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ปรับสื่อและวิธีการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไปให้เหมาะกับเด็กมากขึ้นได้







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น